การนับเวลาเรียนและสิทธิ์สอบ: ร้อยละ 80 ที่ชี้ชะตา

Series: ระเบียบ ปวช. 2568 ฉบับสมบูรณ์ | EP.7/12

ในการเรียน ปวช. มีตัวเลขหนึ่งที่นักเรียนทุกคนต้องจดจำให้ขึ้นใจ นั่นคือ “ร้อยละ 80” เพราะเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำของเวลาเรียนที่จะทำให้มีสิทธิ์เข้ารับการวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียน ใครเวลาเรียนไม่ถึง อาจต้องเผชิญผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์

เกณฑ์เวลาเรียนขั้นต่ำร้อยละ 80

ตามข้อ 53 นักเรียนและผู้เข้าเรียนต้องมีเวลาเรียนในแต่ละรายวิชาไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 80 ของเวลาเรียนสำหรับรายวิชานั้น จึงจะมีสิทธิ์เข้ารับการวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียน

ในกรณีที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง หัวหน้าสถานศึกษาอาจพิจารณาผ่อนผันให้เป็นราย ๆ ไป สำหรับนักเรียนและผู้เข้าเรียนที่ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนตามวรรคหนึ่ง จะขอประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ตามข้อ 85 มิได้

หลักเกณฑ์การนับเวลาเรียน

ข้อ 54 กำหนดวิธีการนับเวลาเรียนไว้อย่างละเอียด ดังนี้:

(1) เวลาเรียนเต็มภาคเรียนปกติ – ภาคเรียนละไม่น้อยกว่า 18 สัปดาห์ หรือเทียบเคียงได้ไม่น้อยกว่า 18 สัปดาห์

(2) นักเรียนที่ย้ายสถานศึกษาระหว่างภาคเรียน – ให้นำเวลาเรียนจากสถานศึกษาทั้งสองแห่งมารวมกัน

(3) นักเรียนที่ลาออกแล้วกลับเข้าเรียน – ที่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าเรียนในภาคเรียนเดียวกัน ให้นับเวลาเรียนที่เรียนแล้วมารวมกัน

(4) นักเรียนที่ลาพักการเรียน – การฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือฝึกอาชีพในภาคเรียนใด ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าเรียน ให้นับเวลาเรียนก่อนและหลังการลาพักการเรียน ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ หรือการฝึกอาชีพในภาคเรียนนั้นมารวมกัน

(5) รายวิชาที่มีครูผู้สอนหรือครูฝึกตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป – และแยกกันสอน ให้นำเวลาเรียนที่เรียนกับครูผู้สอนหรือครูฝึกทุกคนมารวมกัน

(6) หากมีการเปลี่ยนรายวิชา หรือเพิ่มรายวิชา – ให้นับเวลาเรียนตั้งแต่เริ่มเรียนรายวิชาใหม่

การนับจำนวนหน่วยกิตสะสม

ข้อ 51-52 กำหนดเรื่องการนับจำนวนหน่วยกิตสะสม โดยสถานศึกษาอาจอนุญาตให้นักเรียนและผู้เข้าเรียนลงทะเบียนเรียนรายวิชาใดวิชาหนึ่ง เพื่อเป็นการเสริมความรู้ โดยไม่นับจำนวนหน่วยกิตของรายวิชานั้นมารวมเพื่อการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรได้

เมื่อได้ทำการวัดและประเมินผลการเรียนแล้วผ่าน ให้บันทึก “ม.ก.” ลงในระเบียนแสดงผลการเรียนช่อง “ผลการเรียน” ถ้าผลการประเมินไม่ผ่านไม่ต้องบันทึกรายวิชานั้น และให้ถือเป็นการสิ้นสุดสำหรับการเรียนรายวิชานั้นโดยไม่นับจำนวนหน่วยกิตมารวมเพื่อการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร

การขออนุญาตเลื่อนการวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียน

ข้อ 55 เปิดโอกาสให้นักเรียนและผู้เข้าเรียนที่ไม่สามารถเข้ารับการวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนตามวันและเวลาที่สถานศึกษากำหนด สามารถขอเลื่อนการเข้ารับการวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนได้ในกรณีต่อไปนี้:

  1. ประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยก่อนหรือระหว่างการเข้ารับการวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียน
  2. ถูกควบคุมตัวโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย
  3. เป็นตัวแทนของสถานศึกษา หรือสถานประกอบการ ในการเข้าร่วมประชุมหรือกิจกรรมพิเศษอย่างอื่น โดยได้รับความยินยอมจากสถานศึกษา
  4. มีความจำเป็นอย่างอื่น ซึ่งสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นความจำเป็นอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ นักเรียนและผู้เข้าเรียนที่ขออนุญาตเลื่อนการเข้ารับการวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียน ต้องยื่นคำร้องพร้อมทั้งหลักฐานประกอบต่อสถานศึกษาก่อนการวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนไม่น้อยกว่า 3 วัน หากไม่สามารถกระทำได้ให้หัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาเป็นราย ๆ ไป (ข้อ 56)

ผลของการเลื่อนสอบ

กรณีที่หัวหน้าสถานศึกษาอนุญาตให้เลื่อนได้ ให้บันทึก “ม.ส.” ลงในระเบียนแสดงผลการเรียนช่อง “ผลการเรียน” และให้นักเรียนหรือผู้เข้าเรียนเข้ารับการวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนทดแทนภายใน 10 วัน นับแต่วันประกาศผลการเรียน หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้หัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาจัดการวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนทดแทนก่อนเปิดภาคเรียนถัดไป

ข้อควรระวังสำหรับนักเรียน

สิ่งที่นักเรียน ปวช. ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ:

  1. เช็คเวลาเรียนอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้เวลาเรียนต่ำกว่าร้อยละ 80
  2. หากจำเป็นต้องขาดเรียน ต้องมีหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนที่สถานศึกษากำหนด
  3. การลาพัก ย้ายสถานศึกษา ต้องตรวจสอบว่าเวลาเรียนสะสมเพียงพอ
  4. หากไม่มีสิทธิ์สอบ ไม่สามารถขอเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ทดแทนได้

ในบทความถัดไป EP.8 เราจะพาไปเจาะลึก “ระบบเกรด ปวช. 2568” ตั้งแต่ระดับคะแนน 4.0 ลงไปจนถึง 0 รวมถึงตัวอักษรพิเศษต่าง ๆ ที่ปรากฏในระเบียนแสดงผลการเรียน

อ้างอิง: ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พ.ศ. 2568 ข้อ 51-56