สถานภาพนักเรียน ปวช.: ตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย

สถานภาพนักเรียน ปวช. คืออะไร?

สถานภาพนักเรียนในระบบอาชีวศึกษาเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียนหรือผู้เข้าเรียน และสิ้นสุดลงเมื่อสำเร็จการศึกษา ลาออก หรือถูกพ้นสภาพ ระเบียบ พ.ศ. 2568 กำหนดรายละเอียดไว้ครอบคลุมทุกกรณีในข้อ 17-29

การพ้นสภาพ (ข้อ 17)

การพ้นสภาพผู้เข้าเรียน เป็นไปตามกรณีใดกรณีหนึ่ง ต่อไปนี้:

  • (1) เมื่อลงทะเบียนเรียนครบ 5 ภาคเรียน และไม่นำหลักฐานการสำเร็จการศึกษาในระดับไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 หรือเทียบเท่ามาแสดงเพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน
  • (2) เปลี่ยนสถานภาพจากผู้เข้าเรียนเป็นนักเรียน
  • (3) ลาออก
  • (4) ถึงแก่กรรม
  • (5) สถานศึกษาสั่งให้พ้นสภาพผู้เข้าเรียน ในกรณีใดกรณีหนึ่ง

กรณีที่สถานศึกษาสั่งให้พ้นสภาพ

  • ก. ขาดเรียน ขาดการฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ ขาดการฝึกอาชีพ หรือขาดการติดต่อกับสถานศึกษาหรือสถานประกอบการเกินกว่า 15 วันติดต่อกัน ซึ่งสถานศึกษาหรือสถานประกอบการพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควร
  • ข. ไม่ยื่นคำร้องขอกลับเข้าเรียนภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดลาพักการเรียนหรือการฝึกอาชีพตามข้อ 25
  • ค. ไม่มาติดต่อเพื่อรักษาสภาพตามข้อ 45
  • ง. ได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
  • จ. ขาดคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าเรียนตามข้อ 10
  • ฉ. พ้นสภาพตามข้อ 75 หรือตามข้อ 76

การพ้นสภาพนักเรียน (ข้อ 18)

การพ้นสภาพนักเรียนมีลักษณะคล้ายกับการพ้นสภาพผู้เข้าเรียน แต่กรณีพ้นสภาพจะเป็นไปตามกรณีดังนี้:

  • (1) สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร
  • (2) ลาออก
  • (3) ถึงแก่กรรม
  • (4) สถานศึกษาสั่งให้พ้นสภาพนักเรียน ในกรณีเดียวกันกับข้อ 17 (5)

การคืนสภาพ (ข้อ 19)

ผู้ที่พ้นสภาพตามข้อ 17 (5) ก. ข. และ ค. หรือผู้ที่พ้นสภาพนักเรียนตามข้อ 18 (3) (5) ก. ข. และ ค. ถ้าประสงค์จะขอคืนสภาพ จะต้องยื่นคำร้องขอต่อสถานศึกษาภายใน 5 ปี นับแต่วันถัดจากวันพ้นสภาพ เมื่อสถานศึกษาพิจารณาเห็นสมควรก็ให้รับเข้าเรียนได้

ข้อยกเว้น: เว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นโดยอยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าสถานศึกษา

การขอคืนสภาพ: ขั้นตอนปฏิบัติ (ข้อ 20)

การขอคืนสภาพตามข้อ 19 ให้ปฏิบัติ ดังนี้:

  • (1) ต้องเข้าเรียนในสัปดาห์แรกของภาคเรียนปกติ เว้นแต่กลับเข้าเรียนในภาคเรียนเดียวกัน
  • (2) ให้นำรายวิชาและจำนวนหน่วยกิตที่ได้ลงทะเบียนรายวิชาไว้ มานับรวมเพื่อพิจารณาตัดสิน

การพักการเรียน (ข้อ 21-24)

เหตุผลที่อนุญาตให้พักการเรียน

สถานศึกษาและสถานประกอบการอาจพิจารณาอนุญาตให้นักเรียนหรือผู้เข้าเรียนลาพักการเรียนหรือฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ หรือการฝึกอาชีพได้ตามที่เห็นสมควร เมื่อมีเหตุจำเป็นเป็นกรณีใดกรณีหนึ่ง ต่อไปนี้:

  • (1) ได้รับทุนการศึกษาให้ไปศึกษา หรือดูงาน หรือเป็นตัวแทนของสถานศึกษา หรือสถานประกอบการในการเข้าร่วมประชุม หรือกรณีอื่น ๆ อันควรแก่การส่งเสริม
  • (2) เจ็บป่วยต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานาน โดยมีคำรับรองของแพทย์ปริญญา
  • (3) กรณีลาพักเพื่อรับราชการทหารกองประจำการ ให้ลาพักได้จนกว่าจะได้รับการปลด
  • (4) เหตุจำเป็นอื่นตามที่สถานศึกษาและสถานประกอบการพิจารณาเห็นสมควร

ระยะเวลาพักการเรียน

ในกรณีที่ลาพักการเรียนหรือการฝึกอาชีพตั้งแต่ต้นปีเป็นระยะเวลานานเกินกว่า 1 ปี สถานศึกษาและสถานประกอบการพิจารณารับนักเรียนหรือผู้เข้าเรียนอื่นเข้าเรียนหรือฝึกอาชีพแทนที่ได้ตามที่เห็นสมควร

ค่าธรรมเนียม

นักเรียนหรือผู้เข้าเรียนที่ลาพักการเรียนหรือการฝึกอาชีพ เมื่อครบกำหนดเวลาที่ลาพักการเรียนหรือการฝึกอาชีพแล้ว ให้ยื่นคำร้องขอกลับเข้าเรียนในภาคเรียนปกติ พร้อมมอบหลักฐานการอนุญาตให้ลาพักการเรียนหรือการฝึกอาชีพต่อสถานศึกษาภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนด

การย้ายสถานศึกษา (ข้อ 25-27)

นักเรียนหรือผู้เข้าเรียนที่ประสงค์จะขอย้ายสถานศึกษาให้ยื่นคำร้องต่อสถานศึกษา โดยให้ผู้ปกครองเป็นผู้รับรอง เว้นแต่ผู้ที่บรรลุนิติภาวะ และให้หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้อนุมัติการขอย้าย

สถานศึกษาจะจัดทำหนังสือส่งตัว พร้อมมอบหลักฐานการศึกษาของผู้ขอย้ายไปยังสถานศึกษาที่ขอย้ายเข้า และสถานศึกษาที่รับย้ายจะดำเนินการขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียนหรือผู้เข้าเรียนตามระเบียบ

การลาออก (ข้อ 28-29)

นักเรียนหรือผู้เข้าเรียนที่ประสงค์จะลาออก ต้องให้ผู้ปกครองเป็นผู้รับรองการลาออก เว้นแต่ผู้ที่บรรลุนิติภาวะ

สิทธิ์กลับเข้าเรียน: นักเรียนหรือผู้เข้าเรียนที่ลาออกแล้วได้รับอนุญาตให้กลับเข้าเรียนในภาคเรียนเดียวกัน ให้ถือว่าผู้นั้นมีสถานภาพเดิมที่เป็นมาตั้งแต่ต้นภาคเรียนนั้นทุกประการ

สรุป: ข้อควรจำสำหรับครู

สิ่งที่ครูและงานทะเบียนต้องจำไว้เสมอคือ กำหนดเวลาสำคัญต่าง ๆ เช่น 15 วันสำหรับการขาดเรียนติดต่อกัน, 15 วันสำหรับการยื่นคำร้องกลับเข้าเรียน, 5 ปีสำหรับการขอคืนสภาพ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรากฏซ้ำในระเบียบและมีผลต่อสถานภาพของนักเรียนโดยตรง

อ้างอิง: ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการฯ พ.ศ. 2568 ข้อ 17-29